วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Lacture 24-02-54

Lacture 24/02/54
อาจารย์แนะแนวข้อสอบ
1.           การเขียนบรรณานุกรมของหนังสือ
-                  หนังสือ
-                  วารสาร
-                  อินเทอร์เน็ต
2.           อธิบาย 4 หัวข้อย่อย
3.           มี 2 ข้อย่อย
สมมติสถานการณ์ขึ้นมา
4.           การประเมินหัวข้อเว็บไซด์ อะไรที่น่าเชื่อถือมากที่สุด เรียงลำดับ
5.           Maid Mapping เกี่ยวกับที่เรียนมา เขียนคำกระชับชัดเจน
สอบออนไลน์  Past หลัง
ทบทวนเนื้อหาเรื่องที่จะสอบปลายภาค

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

lecher 10/2/54

Lecture
การอ้างอิง
-          หลักการลงรายการส่วนต่างๆของบรรณานุกรม
-          รูปแบบการเขียนบรรณานุกรมทรัพยากรประเภทต่างๆ
ทำไมต้องอ้างอิง
-          เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานของผู้อื่น
-          เพื่อบอกที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้
-          เพื่อป้องกันการกระทำอันอาจเป็นการโจรกรรมทางวิชาการ
-          เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ
-          เพื่อแสดงมารยาทในการทำงานทางวิชาการ
การลงชื่อผู้แต่งให้ตัดคำนำหน้าชื่อออก และใส่แต่ชื่อกับนามสกุล
การเขียนบรรณานุกรม เวลาลงชื่อของชาวต่างชาติให้เอานามสกุลขึ้นก่อนและตามด้วยชื่อ
  เช่น Holzman, R (ชื่อของชาวต่างชาติ)
         Panyarachun, A (คนไทย)
ผู้แต่งที่ไม่ใช่เป็นนิติบุคคล ให้เขียนเป็นตัวใหญ่หมด ยกเว้นคำเชื่อมให้เขียนเป็นตัวพิมพ์เล็ก
และในกรณีที่มีผู้แต่ง 2-5 คน ให้เขียนชื่อทั้ง 5 คน โดยใช้เครื่องหมายจุลภาคขั้น แต่คนสุดท้ายไม่ต้องมีจุลภาคขั้น
และในกรณีที่มีผู้แต่ง 6 คน หรือมากกว่า ให้ใส่ชื่อคนแรก และตามด้วยคำว่า และคณะ  หรือ ed al.
(1)      Edition (ครั้งที่พิมพ์)  การลงรายการบรรณานุกรม : การพิมพ์
ระบุการปรับปรุง (revised)
หรือการแก้ไขเพิ่มเติม (enlarged) ก็ให้ใส่ด้วย
(2)      สถานที่พิมพ์ ใส่ชื่อเมือง หรือชื่อจังหวัด
กรณีที่ไม่ปรากฏชื่อ สถานที่พิมพ์ให้ใส่ (ม.ป.ท.) หรือ (n.p.)
(3)      สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์
คำที่เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสำนักพิมพ์สำหรับภาษาไทยตัดคำว่า บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและจำกัดออก ภาษาอังกฤษตัดคำว่า Limited (Ltd.), Incorporated (Inc.) ออก
(4)      ปีที่พิมพ์ ให้ใส่เลขระบุปี พ.ศ. หรือ ค.ศ. ที่พิมพ์ไว้ในเครื่องหมาย ( ) ต่อจากชื่อผู้แต่ง
กรณีที่ไม่มีปีพิมพ์ให้ใส่ (ม.ป.ป.) หรือ ( n.d.)
ข้อมูลเกี่ยวกับการพิมพ์ของวาร แตกต่างจากหนังสือทั่วไปตรงที่มี ปีที่ (ฉบับที่),เลขหน้า                  

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

lecher27/01/54

Lecture
1.           Google Docs (Documents)
-                  Sign up free โดยใช้ E-mail
-                  ตั้งค่ามุมมองแบบ Compact view
-                  ตั้งค่าหน้ากระดาษเป็นแนวนอน
2.           ใช้วิธีวิกิพีเดีย และ วงล้อมหัศจรรย์ใน Google เป็นแนวทางในการกำหนดขอบเขตเนื้อหา

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

งานสาระนิเทศ

http://www.mediafire.com/?bzzcafz817itw5z

Lecture Note เรื่องการใช้ฐานข้อมูล 20/01/54

สารนิเทศอิเล็กทรอนิกส์ : - แบบมีค่าใช้จ่าย (ฐานข้อมูล)
-                   ฟรี (อินเทอร์เน็ต)
-                   e-book,e-journal : .doc,.txt,pdf (ป้องกันการเข้าใช้งานแก้ไขงานเราได้),html,epub
Full text –หน้าเต็ม
Abstruct- เรื่องย่อ
Citation- บรรณานุกรม
ฐานข้อมูล
Lexis Nexis = ให้ข้อมูลทางกฎหมาย รวมถึงสิทธิบัตรต่างๆ ให้ข้อมูลบริษัท , ข้อมูลรายงานการเมืองเศรษฐกิจ
ISI Web of knowledge = ฐานข้อมูลอ้างอิง
ProQuest =  เหมาะสำหรับงานวิจัยสำหรับปริญาโท และ ปริญญาเอกทั่วโลก มี Preview รายการละ 24 หน้าแรกฟรี
IEEE (ไอ ทิปเปิล อี) = เอกสารฉบับเต็มทางด้านสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า วิทยาการคอมพิวเตอร์
Wilson Web =  ครอบคลุมทุกสาขาวิชา ให้ข้อมูล บรรณานุกรม สาระสังเขปและเอกสารฉบับเต็ม
Science Direct =  เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โดยตรง มี Full text ให้ด้วย ให้ข้อมูลเป็นบทความทางวารสาร
CHE = ให้ข้อมูลวิยานิพนธ์ทั้งเล่ม ข้อเสียคือ มหาวิยาลัยในต่างประเทศให้ใช้จำนวน 3,850 เล่มเท่านั้น
SpringerLink = หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
NetLibrary = ข้อเสียคือ แสดงแหน้าเดียว และ ป้องกันการละเมิดได้ยาก
ACM  PORTAL = ให้บทความวารสารทางด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Lecture Notes 23/12/53

Magazine นิตยสาร เป็นประจำ มีกำหนดแน่นอน เช่น  รายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน รายไตรมาส รายหกเดือน รายปี
เรื่องต่างๆที่อยู่ในนิตยสารเ รียกว่า บทความ
Interest เป็นที่น่าสนใจ
Current ทันสมัย
Events การจัดงาน
Articles บทความ
Specialists ผู้เชี่ยวชาญ
Journals วารสารวิชาการ ลักษณะการตีพิมพ์จะยากกว่า  Magazine
Academic อาจารย์
Peer  reviewed ผ่านการกลั่นกรองแล้ว
Periodical (Serials)สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง หมายถึง อะไรที่ออกเป็นประจำ มีกำหนดที่แน่นอน
Electronic journals วารสารอิเล็กทรอนิกส์
Volume (V./Vol.) ปีที่
Number (No.) ฉบับที่
ISSN (International Standard Serials Number) เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร
ประโยชน์ คือ ข้อมูลเชื่อถือได้ มีความน่าเชื่อถือสูง การทำรายงานทางวิชาการควรจะเลือก Journals มากกว่า
Newspapers หนังสือพิมพ์ ต่างจาก Magazine ตรงที่ว่า มีรูปเล่มใหญ่กว่า และความถี่ในการออก บางฉบับ 3 วันก็ออกแล้ว ทันสมัยกว่า
หนังสือพิมพ์
- ระดับท้องถิ่น
- ระดับชาติ : ไทยรัฐ....
- ระดับนานาชาติ : Washington Post , New York Time
Microform วัสดุย่อส่วน การเก็บไว้ในวัสดุเล็กๆ
-                   ไมโครฟิล์ม
-                   ไมโครฟิช
-                   ไมโครการ์ด
หอสมุดแห่งชาติใช้จัดเก็บหนังสือพิมพ์
Encyclopedias สารานุกรม คือ หนังสืออ้างอิงชนิดหนึ่ง (อ,Ref : Reference) ซึ่งให้ความรู้ทั่วไป ความป็นมาของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยสังเขป
-                   ทั่วไป (General)
-                   เฉพาะวิชา (Subject)  เช่น ด้านวัฒนธรรม, ด้านพืชสมุนไพร

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Lecture Note 16/12/53

Lecture Notes
Glossary = อภิธานศัพท์
Index = ดัชนี,ดรรนี  ใช้ค้นหาเรื่องในหนังสืออย่างละเอียดกว่าสารบัญ
Arctic = บริเวณพื้นที่ของขั้วโลกเหนือ
Author = ผู้แต่ง
Decimal = ทศนิยม
Contents = สารบัญ
Call Number เลขเรียกหนังสือ
MCD = เลขผู้แต่ง
Title = ชื่อหนังสือ
Description = รายละเอียด
Subject = ชื่อเรียกแทนหนังสือ
Added Author = เพิ่มเติม
Status = สถานะ
Due Date = กำหนดส่งคืน
หมวดหนังสือในห้องสมุด
หมวด 000 ความรู้ทั่วไป
หมวด 200 เรื่องของศาสนาต่างๆ
หมวด 300 สังคม
หมวด 400 ภาษาต่างๆ
 หมวด 500 วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์
 หมวด 600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์
 หมวด 700 กีฬานันทนาการ
หมวด 800 วรรณกรรม,วรรณคดี
หมวด 900 ประวัติศาสตร์
ระบบดิวอี้  ใช้สำหรับหนังสือที่มีไม่มาก ห้องสมุดเล็กๆ
OPAC (Online Public Access Catalogs) ใช้ค้นหาทรัพยากร (หนังสือ ,วารสาร นสพ,หนังสืออ้างอิง,แผ่นซีดี,เทปโทรทัศน์) ในห้องสมุดเท่านั้น
ISBN เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ
ISSN เลขมาตรฐานสากลประวารสาร  (Serials = สิ่งพิมพ์ที่ออกต่อเนื่อง)
Imprint พิมพลักษณ์ (เมืองที่พิมพ์,สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์,ปีพิมพ์)
Edition ครั้งที่พิมพ์

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Lecture Note

Lecture Note
ที่มาของหัวข้อโปรเจ็ก
-อาจารย์ผู้สอน
-ผู้เรียน
เงื่อนไขในการทำโปรเจ๊ก
-เนื้อหาไม่น้อยกว่า 10 แผ่น (A4)
-มีข้อมูลจากหนังสือ วารสาร และเว็บไซต์
ข้อควรคำนึงในการเลือกหัวข้อ
-ไม่กว้างหรือไม่แคบเกินไป เหมะสมกับปริมาณเนื้อหาที่กำหนดและระยะเวลาในการทำ
-มีแหล่งข้อมูลที่เพียงพอ
-จะต้องได้แรงบัลดาลใจจากภาพยนตร์ที่ได้ชมไปแล้ว